แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่าเช้านี้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่าเช้านี้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

ไขข้อคิดเห็นดัง คลี่ปมสำเร็จโทษยกครัว 3 ศพ อธิกรณ์บิดที่แท้”ลูกชายคนโต”มือฆ่า


ไขประเด็นดัง  11 มีนาคม 57 คลี่ปมสังหารยกครัว 3 ศพ คดีพลิกที่แท้”ลูกชายคนโต”มือฆ่า
รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ได้รายงานความคืบหน้า จากกรณีพบศพ นายภานุวัตร ศรพรหม นางเยาวลักษณ์ ศรพรหม และนายสอง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี พ่อแม่และบุตรชายคนเล็ก ถูกยิงเสียชีวิตภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้านพักภายในหมู่บ้านเมลาวิลล์ ถนนเสมา-ฟ้าคราม ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า อาจเป็นการก่อเหตุของนายสอง บุตรชาย ที่เกิดความเครียดจากการถูกพ่อแม่ดุด่าเป็นประจำ เนื่องจากติดเล่นเกมจนทำให้ผลการเรียนตกต่ำ จึงใช้อาวุธปืนยิงพ่อแม่จนเสียชีวิต และยิงตัวเองตายตาม เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา กระทั่งวันที่ 10 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้นำตัวนายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ลูกชายคนโตของผู้ตาย ไปสอบปากคำที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ขณะที่เดินทางมารับศพพ่อแม่และน้องชายที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อจะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงเย็นวันที่ 10 มี.ค. ภายหลังจากไต่สวนนายหนึ่ง เป็นเวลา 1 ชม. จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายหนึ่ง ขึ้นรถออกจาก สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เดินทางไปยังบ้านจุดเกิดเหตุคือบ้านเลขที่ 99/11 หมู่บ้านเมลาวิลล์ ถนนเสมา-ฟ้าคราม ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรีจ.ปทุมธานี เพื่อนำนายหนึ่งไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยมีเพื่อนบ้านและเพื่อน ๆ ของนายหนึ่งเกือบ 10 คน อยู่ในถิ่นบ้านและหน้าบ้าน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นรถเก๋งของนายหนึ่ง พร้อมกับนำเสื้อผ้าบางส่วนที่อยู่ท้ายรถกลับมาทดสอบด้วย หลังจากใช้เวลาเก็บหลักฐานไปพิจารณาคะเน 1 ชม. จนเวลาประมาณ 18.30 น. จึงพานายหนึ่ง เดินทางกลับมาที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จากนั้นเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายหนึ่ง ขึ้นรถอีกครั้งโดยรู้เพียงว่าจะนำตัวไปที่ดอนโดที่พักของนายหนึ่ง ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ
นักข่าวได้หมั่นเพียรปุจฉานายหนึ่งว่าอยากจะพูดอะไรหรือบอกอะไรกับสื่อมวลชนที่มาทำข่าวอย่างไรหรือไม่ แต่นายหนึ่ง ได้แต่ส่ายหัวปฎิเสธเพียงอย่างเดียว
ด้าน พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ หรือจับกุมตัวนายหนึ่ง เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้แต่อย่างใด เพียงแต่ตำรวจมีอธิกรณ์บางอย่างที่ยังกินแหนงแคลงใจจึงได้ไปชักชวนตัวมาถามเพิ่มเติม เนื่องมาจากการที่ได้โทรศัพท์กับแพทย์ที่ทำการผ่าพิสูจน์ศพเป็นการภายในซึ่งบังคับว่า บาดแผลของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายเป็นการยิงเข้าบริเวณขมับซ้ายทะลุขวาทั้ง 3 ราย แต่ขัดกับตำแหน่งในที่เกิดเหตุ ทั้งนี้รอยแผลของผู้เป็นพ่อแม่นั้นจะถูกยิงจากทางด้านซ้ายหรือด้านขวาไม่ใช่ประเด็น และไม่สงสัย เพราะขณะถูกยิงทั้งสองนอนหลับ จึงอาจจะยิงเข้าทางซ้ายก็เป็นไปได้อยู่แล้ว แต่บาดแผลของนายสอง ลูกชายคนเล็ก ที่ตอนแรกมีการระแวงกันว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุนั้น จากรอยแผลที่คุณหมอระบุว่า มีรอยกระสุนปืนยิงเข้าทางขมับซ้ายทะลุขวา แต่จากสภาพศพในจุดเกิดเหตุนั้นกลับพบว่าพบอาวุธปืนตกอยู่ใกล้มือขวาซึ่งขัดกันกับความเป็นจริง ทำให้ต้องทดสอบ โดยละเอียดอีกครั้ง
รายงานข่าวแจ้งว่า นายหนึ่งพี่ชายคนโตยังคงให้การแบบเดิมว่า ไม่มีส่วนพัวพันและยังให้การในทำนองว่าน้องชายมีความกดดันจนอาจจะก่อเหตุขึ้นมา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องประสานงานกับศูนย์ทดลองพยานเข้ามาพิจารณาที่เกิดเหตุซ้ำอีกครั้งเพื่อเก็บประจักษ์พยานของกลางทุกอย่างทั้งหมดมาประกอบเพื่อคลี่คลายคดีให้เรื่องทุกอย่างออกมาชัดเจน
ต่อมาเวลา 22.50 น.หลังถูกเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เค้นสอบอย่างหนักตั้งแต่ช่วงบ่าย นายหนึ่ง ได้รับสารภาพว่าเป็นคนลั่นไกลงมือฆ่าพ่อแม่และน้องชาย ที่มามาจากเครียดที่ถูกวงศ์วานบีบรัดเรื่องการเรียน ประกอบกับพ่อและแม่ไม่ยอมซื้อรถยนต์ให้ตามสัญญาหลังจากตนสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้มีการแถลงข่าวคดีดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้งในวันที่11 มี.ค.
ข่าวบันเทิง ข่าวการเมือง ข่าวเด็ดๆ ผ่านทีวีออนไลน์ คลิกที่นี่!!

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

โบวี่ อัฐมา มีเยื่อใยหลัง บี้ KPN พูดคำว่า “ขอโทษขอโพย“

ดูเหมือนหมวยเซ็กซี่ โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์ จะเริ่มใจอ่อนให้กับแรงง้อของสมัยเก่าหวานใจหน้าตี๋ บี้ ธรรศภาคย์ ชี หรือ บี้ เคพีเอ็น ซะแล้ว เพราะล่าสุดในงานแถลงข่าว คอนเซ็ปต์ เฟอร์นิเจอร์ ครบรอบ 15 ปี สาวโบวี่ได้ออกมาอัพเดทให้ฟังว่า ช่วงนี้เจ้าตัวกับสมัยเก่าคนรักได้มีกาลสังสนทนากันมากขึ้น หลังจากที่ปลงใจจบมิตรภาพไปเมื่อเดือนก่อน ส่วนทางเลือกกลับมาคืนดีจะมีหรือไม่นั้น สาวโบวี่บอกเพียงแค่ว่าเป็นเรื่องของคราวหน้า...
กมลตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
เหมือนเดิมค่ะ ปกติเรื่อย ๆ ยังโอเค
ได้ข่าวสารว่าบี้เขาก็วิริยะตามง้อเราอยู่ตลอด ?
เอ่อ... จริง ๆ มันเป็นในรูปร่างของการพูดคุยกันมากกว่าค่ะ ซึ่งตัวบี้เองเขาก็มีมาประทานโทษ แล้วก็พูดถึงปมที่เกิดขึ้นว่าจะแก้ไขยังไงได้บ้าง แต่ว่าตัวเขาเองก็ยังทำงานอยู่ต่างประเทศ เราเลยไม่มีครั้งได้เจอกันค่ะ
แบบนี้ใช้คำว่าตัดไม่ขาดได้หรือเปล่า ?
ตอนแรกเราก็มองไว้ว่าจะหยุดคุยกันสักพักดีกว่า แต่ตอนนี้ก็ยังติดต่อพูดคุยกันอยู่บ้างค่ะ
ระดับที่เป็นอยู่ตอนนี้จะใช้คำว่าเลิกได้ไหม ?
จริง ๆ ตอนนี้ก็ยังโสดค่ะ (ยิ้ม)
พอเป็นอย่างนี้กลัวคนจะมองไหมว่าเราเลิกเพื่อสร้างกระแส ?
อ๋อ... ก็แล้วแต่คนจะมองค่ะ เพราะโบเองก็ไม่ได้อยากมีข่าวเรื่องอะไรแบบนี้ ยิ่งเวลาต้องมาให้สัมภาษณ์เรื่องเลิกรากันมันก็ไม่สนุก
ช่วงนี้เรากับบี้เรียกว่าคุยกันมากขึ้นกว่าเดิมได้ไหม ?
ใช่ค่ะ แต่ว่าเรื่องโอกาสรีเทิร์นมีหรือเปล่านั้น โบมองว่าตอบยากค่ะ เพราะเราสองคนอยากหยุดไว้ ณ ตรงนี้ก่อน

ข่าวบันเทิง ข่าวการเมือง ออนไลน์ TV อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



โบวี่
โบวี่
โบวี่
โบวี่
โบวี่
โบวี่
โบวี่
โบวี่
โบวี่
โบวี่
โบวี่

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

ร้อยแรงม้า! ก้อย-โย่ง ควงประกอบกรรมดี ระดมปั๊มเด็กให้ทันปีม้า

เรื่องเล่าเช้านี้ ก้อย-โย่ง ควงทำบุญ เร่งปั๊มลูกให้ทันปีม้า
รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า แต่งงานกันไปได้เกือบปีแล้ว แต่คู่รักนักร้อง โย่ง อาร์มแชร์ และ ก้อย แซทเทอร์เดย์ เซย์โกะ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีน้องเสียที ล่าสุดโย่งและก้อยเพิ่งจะกลับจากน้ำผึ้งพระจันทร์ที่อินเดีย ทั้งคู่วางแพลนว่าจะเที่ยวต่ออีกหลายประเทศก่อนจะมีลูกและตั้งใจจะปั๊มทายาทไปด้วย
โย่ง กล่าวว่า “เพิ่งจะกลับจาก มุมไบ อินเดีย มา ตอนแรกว่าจะอยู่กันประเมินค่า 2 อาทิตย์ แต่พอดีมีงานเฉพาะหน้าเข้ามาเลยอยู่ได้ประเมิน 4-5 วัน แต่ยังไม่สาใจว่าจะไปหลวง พระบาง ประเทศลาวต่อ และจะไปฮ่องกงเฉลิมฉลองครบรอบแต่งงานวันที่ 5 พ.ค.นี้ และจะไปมาเลเซีย,ญี่ปุ่น ปลายปีอาจจะไปรัสเซีย มีทริปเยอะ ไปอินเดียครั้งนี้ก็ไม่ได้ไปขอลูก แค่ไปวัดและไปสถานที่น่าศรัทธา ไปนั่งสมาธิอะไร ผมไม่ถนัดเรื่องขอ ไม่รู้ต้องทำยังไง” ไปเที่ยวแบบนี้แสดงว่ายังไม่ตั้งใจจะมีลูกเลย? “จริง ๆ ที่เที่ยวตะลอนเพราะมีแพลนมีน้อง ตั้งใจจะเปลี่ยนบรรยากาศและเที่ยวไปด้วย เพราะถ้ามีน้องจะไปไหนไม่ได้เลย 3 ปี ผมเองก็เพียรพยายามจะมีน้อง แต่หลังจากช่วงแต่งงานก็มีความนั่นนี่ ตะลอนบ้างออกอัลบั้มบ้าง มีเรื่องให้ย้าย เร็ว ๆ นี้ก็กำลังจะไปพิจิตสกนธ์ น้องสาวของผมเป็นหมอ มีลูกแซงผมไปแล้ว เขาก็ชี้แนะให้ไปตรวจ ผมกับก้อยอายุก็ไม่น้อยคงต้องไปตรวจนิดนึง จริง ๆ อยากมีลูกปีนี้เลย คุณก้อยก็รอมานาน ถ้าอายุมากกว่านี้ก็สมเพชเขา มีตอนอายุเยอะขั้นตอนก็จะเยอะ ผมอยากมีโอรส ก้อยอยากมีพระราชธิดา แต่เขาบอกว่ายังไงก็ได้ยังไงเขาก็ต้องเลี้ยงอยู่ดี ทางมารดาของคุณก้อยเร่ง แม่ของผมชิลเพราะน้องสาวมีลูกแล้ว ผมเลยไม่กดดัน”.

ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ไปเลย คลิกที่นี่!! http://tv.sanook.com/

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เรื่องเล่าเช้านี้ เตือน!!! เผื่อขาดเผื่อเหลือน้ำก๊อก เผยน้ำเค็มโถม

เรื่องเล่าเช้านี้  สสนก.เตือนสำรองน้ำประปา เผยน้ำเค็มพุ่ง
รายการเรื่องเล่าเช้านี้ เสนอว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) กระทรวงวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า จากการพิจิตวัดค่าความเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี พบว่าส่วนแบ่งความเค็มและช่วงการพยุงเข้ามาของน้ำเค็มมีมากขึ้นและสูงขึ้นเรื่อยๆ จนน่ากังวล เพราะว่าเมื่อคืนวันที่ 25 กุมภาพันธ์ น้ำทะเลเกื้อสูงอีก ทั้งจากอิทธิพลของดวงจันทร์ บวกความแรงของลม วัดค่าความเค็มของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขัณฑสีมาเดิมได้ 1.54 กรัมเกลือต่อลิตร ถือว่าค่อนข้างเค็มมาก ในขณะที่ยังไม่ใช่เวลาที่น้ำเค็มผลักดันสูงมาก
Image
เรื่องเล่าเช้านี้ ยังบันทึกต่ออีกว่า ผู้อำนวยการ สสนก.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เคยเป็นห่วงเรื่องน้ำเนื่องด้วยการทำการเกษตร แต่กาลนี้น้ำเพราะด้วยอุปโภคเจี๊ยะก็น่าเป็นห่วง เพราะมีแนวโน้มว่าจะขาดแคลนด้วยเช่นกัน อีกทั้งผลร้ายจากการดื่มน้ำที่มีส่วนผสมของเกลือมากเกินไป ซึ่งประกาศทางการนายแพทย์ระบุว่า หากกินเกลือเกินวันละ 5 กรัมต่อลิตร กายจะมีคำถามทันที คนทั่วไปจะต้องดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 2 ลิตร คิดเป็นเกลือ 2 กรัม ไม่รวมเกลือที่ได้รับจากอาหารอื่นๆ อีก ที่น่าเป็นห่วงคือ การใช้น้ำของโรงพยาบาลที่มีพื้นที่ติดสมุทรและนทีที่น้ำเค็มค้ำชูขึ้นมาถึง โดยเฉพาะ จ.นครปฐม ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ปราจีนบุรี ที่จะต้องนำน้ำมาปรุงอาหารให้คนไข้
“ทางที่ดีระหว่างนี้ควรจะสำรองน้ำประปาเอาไว้ใช้เป็นการดีที่สุด ไม่เฉพาะบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเท่านั้น โรงงานอุตสาหกรรมก็ควรสำรองน้ำเอาไว้ด้วย เพื่อคุณภาพของสินค้าที่จะผลิตออกสู่ท้องตลาด” นายรอยลกล่าว

ข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง ผ่านระบบทีวีออนไลน์ คมชัด ไม่กระตุก คลิกที่นี่!! http://tv.sanook.com/

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

หัวอกคนเป็นชนก! เกินบังคับใจ อโหสิกรรมคนสำเร็จโทษลูก

คลินิกเกษตร ชาเขียวข้าวหอมมะลิ ด้วยความเชื่อที่จะทำค่าเพิ่มให้ข้าวไทย  นักวิจัยจากศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี กรมการข้าว จึงได้นำข้าวสายพันธุ์ไทยนำมาเป็นเครื่องดื่ม จนในที่สุดก็ได้ชาเขียวจากต้นอ่อนข้าวหอม ซึ่งทำได้โดย ตัดใบจากต้นอ่อนข้าวหอมตระกูลขาวดอกมะลิ 105, ปทุมธานี 1 และสกลนคร อายุ 14-21 วัน นำมาผลาญชำระล้าง ผึ่งลมให้แห้ง นำมาหั่นตามขวางขนาดยาว 1-2 เซนติเมตร  แล้วเอาไปคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อนๆ หรืออบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส จนกระทั่งใบข้าวแห้งและมีน้ำหนักคงที่ ก็จะได้ชาเขียวจากใบต้นอ่อนข้าวหอมน้ำชาเขียวจากต้นอ่อนข้าวหอมไม่มีรสฝาดเหมือนชาจีน แต่จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของข้าวหอม 181391452 เหตุด้วยจำนวนวิตามินและสารอาหารการกินที่เป็นประโยชน์ต่อสรีระนักวิจัย พบว่า ในชาเขียวจากต้นอ่อนข้าวหอมมีวิตามินซี 4.42-6.60 มิลลิกรัม/100 กรัม วิตามินอี 4.18-5.34 มิลลิกรัม/100 กรัม คลอโรฟิลล์ 7.68-8.69 มิลลิกรัม/100 กรัม และเบต้ากลูแคน 4.01-4.16 มิลลิกรัม/100 กรัม ถึงแม้ว่าจะเป็นชาวเขียวชนชาติไทย แต่คุณประโยชน์ไม่แพ้ชาติใดในโลก ทำได้แจกแจงได้ดังนี้ วิตามินซีมีสรรพคุณช่วยสร้างภูมิต้านทานแก่ร่างกายช่วยเสริมสร้างผิวหนัง ฟัน และหลอดเลือด วิตามินอีจำเป็นต่อการเจริญและพัฒนาของเซลล์ประสาท ป้องกันการแตกฉลายของเยื่อหุ้มเซลล์ ทั้งวิตามินซีและอียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ซึ่งช่วยลดและคุ้มครองการเกิดมะเร็งอีกด้วย คลอโรฟิลล์ มีคุณค่าช่วยปลดปล่อยธาตุที่มีคุณค่าต่อขบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการเจริญรุ่งเรืองและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และลุ้นปลูกเม็ดเลือดแดง ส่วนเบต้ากลูแคนมีสรรพคุณช่วยลดโคเลสเตอรอล ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด และลดความดันโลหิต เกี่ยวกับท่านใดที่อินังทำชาเขียวข้าวหอมมะลิติดต่อได้ที่ ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ขอบคุณภาพประกอบจาก www.photos.com
ข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง เรื่องเล่าเช้านี้ อัพเดตไว เร็วทันใจ ผ่านระบบดูทีวีออนไลน์ คลิกที่นี่!!

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สุเทพ ห้าว 19 ก.พ.สู้แตกปลิดรัฐบาลไทย

สุเทพ กร้าว 19 ก.พ.สู้แตกหักรัฐบาล
เลขาธิการ กปปส.โฆษิตนำมวลชนคุมพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาลตลอดสัปดาห์นี้ ปัองกันนายกรัฐมนตรีเข้าทำงาน
บรรยากาศทุกทั้งวันมณฑลรอบทำเนียบรัฐบาลหลังจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำมวลชนจากเวทีต่างๆมาปักหลักรวมกันปิดล้อมสมทบกับผู้สุมหัว คปท. โดยหลังจากเทปูนปิดตายประตูเข้าทำเนียบฯ แล้ว นายสุเทพ พร้อมแกนนำ กปปส.และ คปท.ได้เดินสำรวจโดยรอบทำเนียบฯ และตั้งเวทีปราศรัยย่อยบนรถกระจายเสียง หน้าประตู 5 ตรงข้ามศธ ถนนราชดำเนิน โดยมีมวลชนประชุมครบถ้วนพื้นที่ถนนราชดำเนินนอก ซึ่ง กปปส. พบว่ายังมีข้าราชมาทำงานในกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้นำการ์ดส่วนหนึ่งเข้าไปภายในกระทรวงเพื่อสืบสวน และ ขอให้ข้าราชการกลับบ้าน ซึ่งข้าราชการยอมเอาอย่างข้อเรียกร้อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาหมาย 15.00 น. เลขาธิการ กปปส. ขึ้นทักทายบนรถทักทายย่อย หน้าประตู 5 ทำเนียบรัฐบาลข่าวยกระดับการออกันปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล โดยระบุว่าวันนี้ยังไม่ใช่วันที่จะเข้าทำเนียบฯ แต่เป็นการป้องกันไม่ให้นายกรัฐมนตรี กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้อีก โดยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตลอดสัปดาห์จะส่งมหาชนมาคุมเขตแดนถนนราชดำเนินนอก และ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนลูกหลวงจากสะพานมัฆวานรังสรรค์ถึงสะพานอรทัย ซึ่งจะส่งกลุ่มคนมาคุมพื้นที่ทั้งกลางวัน และกลางคืน ตลอดจนช่วงเช้ามืด ที่จะส่งผู้ชุมนุมตวง 2,000 คน ล่วงหน้ามาก่อน และหาก พบว่ามีการเกณฑ์เจ้าหน้าที่มาขอคืนพื้นที่ กปปส. ก็จะระดมผู้จับกลุ่มมาป้องกัน พร้อมย้ำว่านอกจากทำเนียบรัฐบาลแล้ว ต้องปกป้องรักษาพื้นที่ชุมนุมกันที่กระทรวงมหาดไทยด้วย และยังคงเดินหน้าปิดทำเลราชการ โดยเฉพาะสำนักงานสรรพากร
หลังปราศรัยเสร็จสิ้น นายสุเทพ ได้นำประชาชนพลเมืองเดินทางกลับเวทีหลักทันที โดยมอบหมายให้ นายอิสสระ สมชัย ปักหลักค้างคืนรับผิดชอบการสุมหัวหน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนราชดำเนิน ขณะที่ด้านถนนพิษณุโลก และ ประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล เป็นพื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม คปท. และในช่วงค่ำนี้ นายสุเทพ จะขึ้นเวทีทักอีกครั้งที่เวที กปปส.สีลม
ข่าวบันเทิงบน ข่าวการเมือง อัพเดตไว เร็วทันใจ ผ่านระบบtv online sanook คลิกที่นี่!!